ความฟิตของนักเตะ (Player Fitness)

ความฟิตของนักเตะแต่ละคนประกอบไปด้วยองค์ประกอบ 4 อย่าง คือ สภาพของนักเตะ (condition), ความพร้อมในการแข่งขัน (match fitness), ความเหนื่อยล้าสะสม (jadedness) และ อาการบาดเจ็บ (injury) ทั้ง 4 สิ่งนี้จะแปรเปลี่ยนไปตามการฝึกซ้อม การลงสนาม และการพักผ่อน ของนักเตะแต่ละคนตลอดฤดูกาล ซึ่งเราจะต้องพยายามควบคุมปัจจัยเหล่านี้ให้ดีเพื่อให้นักเตะอยู่ในสภาวะที่พร้อมที่จะลงเล่น และลดโอกาสเกิดการบาดเจ็บของเขาให้ได้มากที่สุด

ความฟิตของนักเตะนั้นยังมีความสัมพันธ์กับค่าพลัง Natural Fitness, Stamina และ Injury Proneness ด้วย ซึ่งค่าพลังทั้ง 3 อย่างนี้ส่งผลต่อความฟิตแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นคุณควรจะสังเกตุค่าเหล่านี้ของนักเตะแต่ละคนและจัดการมันอย่างเหมาะสม

การดูความฟิตของนักเตะ

เราสามารถดูความฟิตของนักเตะแต่ละคนได้ที่หน้าต่าง Fitness ใน Training Report ของนักเตะแต่ละคน ซึ่งหน้าต่างนี้จะแสดงระดับสภาพร่างกายของของนักเตะในลักษณะเปอร์เซ็นต์ ระดับความฟิตสำหรับการลงสนาม (match fitness description) และความเห็นของหัวหน้านักกายภาพบำบัด (head physio) ที่มีแต่ความฟิตของนักเตะคนนั้น ถ้านักเตะคนไหนบาดเจ็บอยู่ตรงส่วนนี้ก็จะแสดงรายละเอียดของการบาดเจ็บและคาดว่าอีกกี่วันถึงจะหายเจ็บ นอกจากนั้นอาจจะมีการกล่าวถึงค่าพลังที่เกี่ยวกับความฟิตของนักเตะหรือบอกว่านักเตะคนนี้อยู่ในสภาพเหนื่อยล้าจนต้องการการพัก (jaded) หรือไม่

คุณสามารถดูระดับ match fitness ในลักษณะเปอร์เซ็นต์ได้ในหน้าจอ Profile หน้าต่าง Physical ของนักเตะคนนั้นๆ เช่นเดียวกันหน้าต่างนี้ยังบอกถึงระดับสภาพของนักเตะ (condition) และถ้านักเตะอยู่ในสภาพเหนื่อยล้า (jaded) ก็จะมีการขึ้นบอกตรงนี้เหมือนกัน

คุณสามารถดูความฟิตของนักเตะทั้งทีมได้จากหน้า Squad แล้วเลือกเมนู Fitness ที่ แท็บ Player ตามรูปด้านล่าง

ไอคอนสถานะ (Status Icons)

ไอคอนต่างๆ เหล่านี้จะแสดงอยู่ด้านหน้าของชื่อนักเตะแต่ละคน ซึ่งมันบ่งบอกถึงสภาพความฟิตของนักเตะคนนั้น

  • Rst – นักเตะเหนื่อยล้าและต้องการพัก
  • Inj (red) – นักเตะบาดเจ็บ ไม่สามารถซ้อมและลงเล่นได้ (เมื่อคุณเอาเมาส์ไปวางบนไอคอนจะปรากฏการคาดการณ์ว่านักเตะจะหายภายในกี่วัน)
  • Inj (orange) – นักเตะบาดเจ็บ แต่สามารถกลับมาฝึกซ้อมเบาๆ ได้แล้ว และสามารถลงเล่นได้ (แต่ไม่แนะนำนะครับ) (เมื่อคุณเอาเมาส์ไปวางบนไอคอนจะปรากฏการคาดการณ์ว่านักเตะจะหายภายในกี่วัน)

ระหว่างการแข่งขัน

ในระหว่างการแข่งขันเราสามารถดูสภาพร่างกายของนักเตะในทีมเราได้จาก 1. หน้าจอ Overview, 2. แท็บ Stats ในส่วนของ Player Rating หรือ 3. ที่ Widget ชื่อว่า Team Rating ของฝั่งเรา ถ้านักเตะคนไหนมีอาการบาดเจ็บก็จะมีสัญลักษณ์ขึ้นมาบอกว่านักเตะคนนั้นบาดเจ็บอยู่ข้างๆ ชื่อ

ส่วนประกอบของความฟิต (Component of Fitness)

สภาพของนักเตะ (Condition)

สภาพของนักเตะนั้นบ่งบอกว่านักเตะคนนั้นมีพลังและความสดอยู่ในระดับไหน ยิ่งมีมากยิ่งโชว์ฟอร์มดี มีโอกาสเกิดการบาดเจ็บก็จากการแข่งขันและการฝึกซ้อมน้อย

ในระหว่างการแข่งขันระดับสภาพร่างกายนักเตะ (Condition) ก็จะลดลงเรื่อยๆ ซึ่งจะลดลงเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับว่าในสนามเขาทำหน้าที่หนักขนาดไหน ซึ่งขึ้นอยู่กับค่าความพยายาม (endeavour) ของเขา (ค่าความพยายามประกอบไปด้วยค่าพลังสองอย่างคือ Aggression และ Workrate) และเขาถูกสั่งมาให้ทำอะไรในแท็คติกที่ใช้อยู่ (เช่น เล่นบอลจังหวะเร็ว, วิ่งขึ้นหน้าตลอด หรือ ประกอบคู่ต่อสู้ใกล้ๆ ตลอด) ค่า Match Fitness, Jadedeness, Injuries และ Stamina ก็ส่งผลต่อความเร็วในการลดลงของระดับสภาพร่างกายของนักเตะเช่นกัน

ค่า condition นี้จะฟื้นฟูขึ้นในช่วงที่นักเตะไม่ได้ลงสนามแข่งขัน และมันจะเพิ่มขึ้นเร็วมากขึ้นถ้านักเตะคนนั้นได้รับการฝึกซ้อมแบบที่มี training workload อยู่ในระดับเบา หรือได้รับการพักโดยไม่ต้องไปฝึกซ้อม ในทางตรงกันข้ามถ้านักเตะได้รับการฝึกซ้อมแบบหนัก ค่า condition ก็จะฟื้นตัวได้ช้า อีกเรื่องหนึ่งคือ ความเหนื่อยล้า (Jadedness) และค่าพลัง Natural Fitness สองตัวนี้ก็ส่งผลต่อความเร็วการฟื้นตัวของค่า condition ด้วยกัน

อย่างไรก็ตาม การฝึกซ้อมตามปกตินั้นก็จำเป็นเช่นกันเพราะจะทำให้นักเตะมีค่า condition อยู่ในระดับสูง (90% ขึ้นไป) การที่ไม่ได้ฝึกซ้อมเป็นเวลานานๆ เช่นตอนที่นักเตะอยู่ในช่วง holiday, หรืออนุญาตให้นักเตะพักต่อ (extended leave) หรือ ได้รับบาดเจ็บ สิ่งเหล่านี้จะทำให้ค่า condition ของนักเตะต่ำลง ส่วนจะทำต่ำลงมากน้อยขนาดไหนก็ขึ้นอยู่กับว่าไม่ได้ฝึกซ้อมนานแค่ไหน และยังขึ้นอยู่กับค่าพลัง Natural Fitness ด้วยเช่นกัน

ความฟิตสำหรับการลงสนาม (Match Fitness)

ค่าความฟิต match fitness นี้เป็นค่าที่บ่งบอกว่านักเตะจะมีความความพร้อมสำหรับการแข่งขันในสนามมากขนาดไหน (sharpness) ยิ่งมีค่านี้สูงนักเตะจะเล่นได้ดีและมีโอกาสเกิดการบาดเจ็บได้น้อย นอกจากนั้นหากมีค่า match fitness สูงก็จะช่วยให้ค่า condition ลดลงช้าในระหว่างแข่งขันด้วย

การเพิ่มค่า match fitness นั้นสามารถเพิ่มได้โดยให้นักเตะลงสนาม เรียกได้ว่ายิ่งให้ลงเล่นเยอะค่า match fitness ยิ่งเยอะ เช่นเดียวกัน ค่า match fitness จะลดลงหากนักเตะไม่ได้ลงสนามเป็นเวลานาน

ค่าพลัง Natural Fitness นั้นก็ส่งผลให้ค่า match fitness เพิ่มขึ้นในอัตราที่เร็วขึ้นเช่นกัน

ความเหนื่อยล้า (Jadedness)

ตัว Jadedness นี้จะเป็นตัวบ่งบอกว่านักเตะนั้นอยู่ในสภาพที่ “หมดไฟ” ที่จะเล่นหรือเปล่า นักเตะที่อยู่ในสภาพเหนื่อยล้าไม่จำเป็นต้องมีค่า condition หรือ match fitness อยู่ในระดับต่ำ แต่นักเตะคนนั้นจะเล่นไม่ค่อยดีและค่า condition จะลดลงเร็วกว่าปกติในระหว่างแข่งขัน และจะฟื้นตัวช้าในตอนที่ไม่ได้แข่งขันด้วย

ความเหนื่อยล้า (Jadedness) จะยิ่งเพิ่มขึ้นหากนักเตะยังต้องลงเล่นและฝึกซ้อมอยู่ ยิ่งฝึกซ้อมหนักยิ่งเหนื่อยล้ามากขึ้น ตัว Jadeness นี้จะลดลงเมื่อนักเตะไม่ได้ลงสนาม หรือ อนุญาตให้พักไม่ต้องไปฝึกซ้อม หรือ อนุญาตให้ลาพัก (extend leave) เช่นเดียวกัน ค่าพลัง Natural Fitness ก็ส่งผลต่อความเหนื่อยล้าเช่นกัน

นักเตะทุกช่วงอายุที่สภาพร่างกาย (physical) ของเขาผ่านจุดพีคไปแล้วมีโอกาสที่จะเกิดอาการ Jadeness ได้ง่ายกว่านักเตะที่สภาพร่างกายยังไม่ถึงจุดพีค

ตัวค่าความเหนื่อยล้านี้ (Jadedness) ต่างกับค่า condition และ match fitness เพราะค่า condition และ match fitness นั้นแสดงออกมาเป็น % ให้เราเห็นได้โดยตรง แต่ค่าความเหนื่อยล้านี้นั้นถูกซ่อนอยู่ เราจะทราบว่านักเตะนั้นเหนื่อยล้าหรือยังก็ต่อเมื่อค่าความเหนื่อยล้านั้นเพิ่มขึ้นถึงระดับหนึ่งเท่านั้น

การบาดเจ็บ (Injuries)

นักเตะสามารถเกิดการบาดเจ็บได้ไม่ว่าจะอยู่ระหว่างแข่งขันหรือฝึกซ้อม นักเตะที่บาดเจ็บจะถูกดูแลโดยนักกายภาพบำบัด (physios) ในทีมของคุณ ซึ่งในระหว่างเพื่อให้นักเตะได้รักษาตัวเต็มที่นักเตะจะไม่สามารถฝึกซ้อมหรือลงสนามแข่งขันได้ เมื่ออาการบาดเจ็บของนักเตะได้รับการรักษาจดหายในระดับหนึ่ง นักเตะจะกลับมาฝึกซ้อมเบาๆ ได้และสามารถลงเล่นได้เช่นกัน (ไม่แนะนำให้ลงเล่นนะครับถ้าไม่จำเป็นจริงๆ เดี๋ยวจะเจ็บซ้ำ)

นักเตะจะมีโอกาสบาดเจ็บสูงระหว่างแข่งขันถ้าค่า condition และ match fitness ของนักเตะอยู่ในระดับต่ำ และจะมีโอกาสบาดเจ็บสูงในระหว่างฝึกซ้อมหากได้รับ training workload ที่หนักในตอนที่มีค่า condition ต่ำ ค่าพลัง Injury Proneness นั้นก็ส่งผลต่อการบาดเจ็บของนักเตะในระหว่างแข่งขันและฝึกซ้อมเช่นกัน ซึ่งจะอฺธิบายเพิ่มเติมด้านล่าง

ในระหว่างแข่งขัน ถ้านักเตะได้รับบาดเจ็บหนัก เขาจะต้องออกจากสนาม แต่ถ้าอาการบาดเจ็บไม่หนักเป็นแค่การปะทะกันหนักเฉยๆ นักเตะก็ไม่จำเป็นต้องออกจากสนามเพียงประสิทธิสภาพในสนามของเขาจะตกลงช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น สำหรับการปะทะกันที่หนักจนมีสัญลักษณ์อาการบาดเจ็บสีส้มขึ้น คุณจะได้รับตัวเลือกสำหรับการเปลี่ยนตัวนักเตะคนนั้นออกจากสนาม ซึ่งการปะทะกันจนอาการบาดเจ็บสีส้มขึ้นนี้อาจจะหนักขึ้นจนเป็นสีแดง (บังคับเปลี่ยนตัวออก) ได้หากยังปล่อยให้นักเตะเล่นต่อไป แต่ถึงจะเปลี่ยนตัวออกก็ยังมีโอกาสที่นักเตะมีแสดงอาการบาดเจ็บหลังจบการแข่งขันได้เช่นกัน แต่ถ้าการปะทะกันเป็นการปะทะที่ไม่ได้หนักจนสัญลักษณ์การบาดเจ็บสีส้มขึ้น การปะทะนั้นจะไม่นำไปสู่การบาดเจ็บหลังการแข่งขัน แต่ค่า condition ของนักเตะคนนั้นจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งนี่จะเป็นการเพิ่มโอกาสที่นักเตะจะเกิดการบาดเจ็บเพิ่มขึ้นระดับหนึ่ง แต่ว่าค่า condition นี้ก็จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นจนอยู่ในระดับปกติเองเมื่อเวลาในสนามผ่านไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!