ค่าเหนื่อยของนักเตะ (Player Wages)

การบริหารเงินภายในสโมสรของคุณ ส่วนที่สำคัญที่สุดส่วนหนึ่งเลยคือคุณต้องสามารถควบคุมเงินเดือนค่าเหนื่อยของนักเตะได้ คุณต้องพยายามอย่าทำให้เงินเดือนนักเตะทั้งทีมนั้นสูงกว่างบประมาณค่าเหนื่อย (wage budget) ที่บอร์ดบริหารอนุมัติ และคุณต้องหมั่นสังเกตุว่าสัญญาของนักเตะแต่ละคนนั้นจะหมดเมื่อไร (contract expiry) และจัดการเรื่องสัญญานั้นซะก่อนที่มันจะเป็นเรื่องใหญ่จนคุณจัดการลำบาก

นอกจากนั้นแล้ว ในทีมของคุณ คุณควรจะมีโครงสร้างเงินเดือน (wage structure) ของทีมคุณเอง เพื่อให้คุณแน่ใจว่า คุณจะจ่ายเงินเดือนตามความสำคัญของนักเตะที่มีผลต่อประสิทธิภาพของทีม

งบประมาณค่าเหนื่อย (Wage Budget)

คุณสามารถดูงบประมาณค่าเหนื่อยได้ที่หน้าจอ Boardroom ในส่วน Overview คุณพยายามอย่าให้ค่าจ้างรวมในทีมของคุณสูงกว่างบประมาณค่าเหนื่อยที่บอร์ดอนุมัติ ไม่อย่างนั้นบอร์ดบริหารอาจจะไม่พอใจได้ ซึ่งคุณสามารถดูความพึงพอใจของบอร์ดบริหารเกี่ยวกับการควบคุมงบประมาณค่าเหนื่อยได้ที่หน้า Boardroom ในส่วนของ Confidence

ในหน้าจอ Finances แท็บ Salary จะมีการโชว์ว่าทีมของเราจ่ายค่าเหนื่อยให้กับนักเตะในแต่ละสถานะ (squad status) เป็นจำนวนเท่าไร รวมถึงแสดงค่าเหนื่อยสูงสุดที่บอร์ดอนุมัติให้จ่ายได้สำหรับแต่ละสถานะไว้ด้วย คุณสามารถเปลี่ยนแปลงค่าเหนื่อยสูงสุด (maximum wage allowed) นี้ได้ โดยการทำ Budget Adjustment ในหน้าจอ Boradroom การทำ Budget Adjustment นั้นจะเป็นเลื่อนแถบสไลด์เพื่อย้ายเงิน จากงบประมาณการซื้อตัว (transfer budget) มายังงบประมาณค่าเหนื่อย (wage budget) ซึ่งก็จะทำให้คุณมีงบประมาณซื้อตัวน้อยลงด้วย ซึ่งการทำแบบนี้คุณจะทำได้ก็ต่อเมื่อคุณมีงบประมาณการซื้อตัวเหลือเท่านั้น

อีกทางเลือกหนึ่งที่จะเพิ่มค่าเหนื่อยสูงสุดคือ การร้องขอในที่ประชุมบอร์ดบริหาร (Borad Meeting) คุณสามารถร้องขอต่อบอร์ดให้เพิ่มค่าเหนื่อยสูงสุดได้ที่หน้าจอ Boardroom ในส่วนของ Board Request และเลือกที่หมวด Finance

งบประมาณค่าเหนื่อย และ นโยบายการซื้อตัว (Wage Budget & Transfer Policy)

หากทีมคุณมีนโยบายที่ชอบเซ็นสัญญา (signing) ซื้อตัวนักเตะอายุน้อยที่มีศักยภาพสูง (potential ability) เข้ามาในทีมแล้วปั้นให้เก่ง แล้วขาย (selling players) เพื่อทำกำไรเข้าสโมสร (คล้ายทีมอาเซนอลตอนเวงเกอร์คุมอยู่) นโยบายนี้ในจะมีประโยชน์มากเพราะ การซื้อตัวนักเตะที่อายุยังน้อยอยู่นั้นใช้เงินน้อยกว่าการซื้อนักเตะอายุ 20 ขึ้นไป ด้วยความที่คุณใช้เงินกับการซื้อตัวนักเตะน้อยก็จะทำให้คุณสามารถนำเงินส่วนนี้ไปเพิ่มงบประมาณค่าเหนื่อยแทนได้ ซึ่งจะทำให้คุณสามารถรั้งนักเตะที่มีชื่อเสียงไว้กับทีมคุณได้และเป็นการเพิ่มชื่อเสียงให้ทีมสโมสรคุณอีกด้วย

สัญญาหมดอายุและการต่อสัญญา (Contract Expiry & Renewing Contracts)

ในการเล่นเกม FM ของคุณ คุณควรมีเกณฑ์ในการตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของนักเตะแต่ละคนในทีมก่อนที่สัญญาของเค้าจะหมดอายุ นักเตะที่สำคัญต่อทีม คุณและต้องการให้เค้าอยู่กับทีมต่อไป คุณก็ควรต่อสัญญากับเค้าก่อนสัญญาเดิมจะหมดอายุเร็วหน่อย สัก 2-3 ปี ก่อนสัญญาเดิมหมดอายุ ซึ่งจะเป็นการทำให้ทีมอื่นลดความสนใจที่จะซื้อนักเตะคนนี้ของคุณด้วย การที่ทีมอื่นแสดงความสนใจที่จะซื้อตัวนักเตะของคุณจะทำให้คุณต่อสัญญากับนักเตะคนนี้ยากขึ้นเพราะเขาจะต้องการค่าเหนื่อยสูงกว่าเดิมมาก เพราะฉะนั้นคุณต้องถือนโยบายเซ็นก่อนเป็นที่สนใจ แต่สำหรับนักเตะที่คุณไม่ต้องการ คุณก็ควรรีบขายเขาออกไปก่อนที่ค่าตัวของเค้าจะลดลงจนเหลือ 0 เมื่อสัญญาหมดอายุ

คุณสามารถตรวจสอบได้ว่านักเตะแต่ละคนในทีมของคุณสัญญาจะหมดอายุเมื่อใด โดยการไปที่หน้าจอ Squad เลือกเมนูดรอปดาว Contract และดูที่คอลัมภ์ Expires

สำหรับนักเตะเยาวชนที่อยู่ระหว่างการพัฒนาความสามารถและนักเตะที่อายุน้อยในทีมชุดใหญ่ คุณควรจะพิจารณาเรื่องสัญญาของเค้าก่อนสัญญาหมดอายุอย่างน้อย 2 ปี โดยให้ดูว่านักเตะคนไหนที่ยังสามารถพัฒนาได้อีกไกล คุณก็ควรต่อสัญญาให้ยาวที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

ในการต่อสัญญาถ้านักเตะคนไหนเรียกค่าเหนื่อยสูงมาก หรือสูงกว่าค่าเหนื่อยสูงสุดที่บอร์ดบริหารอนุมัติให้จ่ายได้สำหรับสถานะนั้น หรือ สูงมากจนทำให้โครงสร้างค่าเหนื่อยของทีมคุณบิดเบี้ยวพังทลายไป คุณควรขายเขาไปซะ อย่าเก็บเขาไว้ อย่างไรก็ตาม การทำสัญญานั้นสามารถเจรจาได้ หากคุณต้องการเก็บเค้าไว้จริงๆ ลองปรับเปลี่ยนสัญญาอยู่เพิ่มเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์บางอย่างเข้าไป อาจจะทำให้เค้าลดความต้องการค่าเหนื่อยลงก็ได้ เรื่องนี้จะมีการอธิบายในหัวข้อการเจรจาต่อรองสัญญา (Contract Negotiations) อีกทางนึงคือ ให้คุณเรียกนักเตะมาคุยส่วนตัว (Private Chat) เพื่อให้เขาลดความต้องการค่าเหนื่อยลง โดยเลือกหัวข้อที่จะคุยคือ Transfer and Contract

สำหรับผู้เล่นที่อายุมากและใกล้ถึงปลายทางของอาชีพนักเตะแล้ว (อายุ 30 ปี ขึ้นไป) คุณไม่จำเป็นต้องรีบต่อสัญญา สัก 6 เดือนก่อนสัญญาหมดอายุก็ยังทัน และถ้าต่อสัญญาจริงก็ไม่ต้องต่อยาวแค่ 1 ปี ก็พอ แล้วในเงื่อนไขของสัญญา ให้เพิ่มเงื่อนไขสโมสรสามารถขยายสัญญาเพิ่มได้อีก 1 ปี (one-year extensions) ด้วย แบบนี้จะทำให้คุณไม่ต้องจ่ายเงินค่าเหนื่อยแพงๆ ให้กับนักเตะที่ไม่ดีพอสำหรับทีมต่อไปแล้ว (แต่อาจจะดีพอสำหรับการทำ mentoring)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!