การเซ็นสัญญาจ้างสต๊าฟโค้ชและทีมงาน (Signing Staff)

เมื่อคุณได้เริ่มคุมทีมใดๆ แล้ว คุณควรจะดูว่าทีมงานสต็าฟโค้ชของคุณที่มีอยู่ในปัจจุบันนั้นเป็นอย่างไร และในตลาดเราสามารถที่จะหาสต๊าฟคนอื่นที่มีความสามารถสูงกว่าและมีค่าใช้จ่ายในการจ้างงานถูกกว่าได้หรือไม่ ในบทความนี้เราจะอธิบายและเน้นย้ำว่าสิ่งใดที่คุณควรจะพิจารณาเมื่อจ้างทีมงานสต๊าฟคนนึง พร้อมกับวิธีการเจรจาเพื่อทำสัญญากับสต็าฟด้วย

ใน บทบาทของทีมงานของคุณ (Staff Roles) จะอธิบายถึงค่าพลังของสต็าฟโค้ชและทีมงานที่สำคัญในการทำงานด้านต่างๆ แต่นอกจากค่าพลังแล้วในการจ้างทีมงานสต็าฟคนนึงคุณจะต้องพิจารณา เงินเดือน (wage) เงินชดเชย (compensation fee) อายุ ระดับของใบอนุญาต (coaching qualifications) และ จำนวนสต๊าฟที่บอร์ดบริหารอนุญาตให้จ้างได้

เงินเดือนของทีมงานสต๊าฟ (Staff Wage)

จำนวนเงินเดือนรวมทั้งหมดทีมเรา (Current Wage) และงบประมาณเงินเดือนที่บอร์ดบริหารอนุมัติ (Wage Budget) ให้เรานำไปจัดสรรเพื่อจ้างบุคคลากรฝ่ายต่างๆ มาทำงานนั้นสามารถดูได้จากหน้า Boradroom Overview แต่จำนวนเงินเเหล่านั้นเป็นเงินเดือนค่าเหนื่อยของเฉพาะนักเตะเท่านั้น ไม่รวมของทีมงานและสต๊าฟโค้ชอื่นๆ เพราะฉะนั้นเงินเดือนของสต๊าฟโค้ชและทีมงานไม่มีการนำมาคิดรวมตรงนี้

แต่ก็ใช่ว่าเราจะสามารถจ้างสต๊าฟโค้ชที่ราคาแพงเท่าไรก็ได้ เพราะ จำนวนงบประมาณที่บริหารอนุมัติสำหรับเป็นเงิน (Wage Budget) เดือนนั้นส่งผลโดยตรงกับค่าค้างทีมงานสูงสุดที่เราจะจ่ายได้ (ยิ่งได้งบเยอะยิ่งจ้างทีมงานและโค้ชได้แพง)

ชื่อเสียงของสต๊าฟโค้ชและทีมงานดูได้จากจำนวนดาวที่อยู่ด้านขวาบนของหน้าสต๊าฟโค้ชแต่ละคนนั่นเอง

โดยทั่วไปทีมงานและสต๊าฟโค้ชที่มีชื่อเสียงมากๆ มักจะต้องการเงินเดือนที่สูง เพราะฉะนั้นหน้าที่ของคุณคือการค้นหาทีมงานสต๊าฟโค้ชที่ ไม่ต้องมีชื่อเสียงมาก แต่ มีความสามารถสูง มาทำงานกับคุณนั่นเอง

ค่าชดเชยการยกเลิกสัญญา (Compenation Fees)

ถ้าคุณต้องการจ้างทีมงานสต๊าฟโค้ชที่ทำงานในสโมสรอื่นอยู่แล้ว การจะนำตัวทีมงานคนนั้นมาทำงานให้คุณได้ คุณต้องจ่ายค่าชดเชยการยกเลิกสัญญา (Compenation Fees) ให้สโมสรปัจจุบันของสต๊าฟคนนั้นด้วย เพราะเป็นการยกเลิกสัญญาก่อนกำหนด ซึงค่ายกเลิกสัญญาจะถูกแสดงบริเวณด้านล่างของหน้าจอเสนอสัญญา (Contract Offer) ซึ่งหากคุณไม่ต้องการจ่ายค่าชดเชยการยกเลิกสัญญา ก็สามารถยกเลิกการเจรจาได้

ในวงกลมสีส้มคือค่ายกเลิกสัญญา และ วงกลมสีเหลืองคือการยกเลิกการเจรจา

ซึ่งถ้ามีการเซ็นสัญญากับทีมงานสต๊าฟคนนี้ ค่ายกเลิกสัญญานี้จะถูกหักจากงบประมาณในการซื้อขายนักเตะ (transfer budget) ที่คุณมีอยู่ ถ้าหาก transfer budget ของคุณมีไม่พอหัก การทำสัญญาก็จะถูกยกเลิก ทางที่ดีคุณควรจะหาทางเซ็นสัญญากับสต๊าฟที่ไม่มีงานทำจะดีกว่า เพราะไม่ต้องเสียค่ายกเลิกสัญญา แถมสต๊าฟที่ว่างงานบางคนค่าพลังก็ไม่ธรรมดา

อายุ ประสบการณ์ และ ระดับคุณวุฒิใบอนุญาต (coaching qualifications)

อายุและประสบการ์ของสต๊าฟก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่คุณควรพิจารณา ถ้าทีมที่คุณบริหารอยู่เป็นทีมใหญ่มีชื่อเสียงทีมงานของคุณก็ควรต้องเป็นทีมงานที่มีอายุมากหน่อยเพราะทีมงานที่อายุมากประสบการณ์จะเยอะและก็จะมีชื่อเสียงมากตามไปด้วย ถ้าทีมที่คุณคุมเป็นทีมเล็กๆ ไม่ค่อยมีชื่อเสียง การจะจ้างสต๊าฟที่มีประสบการณ์และมีชื่อเสียงนั้นแทบเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นคุณต้องจ้างสต๊าฟที่อายุน้อยลงมา มีประสบการณ์น้อยหน่อยแต่ค่าความสามารถพอใช้ได้ ซึ่งเมื่อทำงานไปนานๆ ค่าพลังต่างๆ และประสบการณ์ก็จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามลำดับ

ทีมที่มีชื่อเสียงนั้นสามารถจ้างสต๊าฟที่มีอายุน้อยเพื่อมาใช้ประโยชน์ได้อีกอย่างหนึ่งคือ นำทำงานร่วมกับสต๊าฟที่มีอายุมาก ค่าพลังๆ สูง ให้เค้าเรียนรู้การทำงานด้วยกันไป แบบนี้จะทำให้คุณประหยัดเงินในการจ้างสต๊าฟแพงๆ หลายคน แถมสต๊าฟที่ประสบการณ์น้อยก็จะค่อยๆ เรียนรู้ และค่าพลังก็จะเพิ่มขึ้น และพัฒนาความสัมพันธ์กับนักเตะในทีมและกับคุณ ทำให้สต๊าฟคุ้นเคยกับนักเตะและทีมงานคนอื่นๆ ซึ่งจะได้ประโยชน์ในระยะยาวด้วย

ถ้าคุณจะจ้างสต๊าฟต่างชาติอันหมายถึงคนละประเทศกับทีมที่คุณคุมอยู่ สิ่งที่คุณต้องดูนิดนึงคือ ประวัติของสต๊าฟคนนั้นสามารถดูได้ในหน้า History แล้วเลือก Milestones ให้ดูว่าเค้าเคยทำงานให้ทีมอื่นที่อยู่ในประเทศเดียวกับคุณไหม และดูด้วยว่าเค้าพูดภาษาของประเทศทีมที่คุณคุมอยู่ได้ไหม ซึ่งดูได้ที่หน้าจอ Overview ในส่วนของ Information ถ้าสต๊าฟคนนั้นทั้งไม่เคยทำงานในประเทศคุณและไม่ได้พูดภาษาเดียวกับทีมที่คุณคุมอยู่ สต๊าฟคนนั้นควรจะมีค่าพลัง Adaptability สูง เพราะเค้าจะได้ปรับตัวได้เร็วเมื่อมาทำงานต่างบ้าน ต่างเมือง

หน้าจอ History

ค่าความคุ้นเคย (familiarity) ของสต๊าฟก็สำคัญเช่นกัน ปกติสต๊าฟที่คุณจ้างมักต้องการที่จะทำงานในตำแหน่งที่เค้าคุนเค้ยที่สุด ถ้าคุณจะเซ็นสัญญาให้เค้าทำงานในตำแหน่งที่เค้าไม่คุณเคย เค้าอาจจะไม่คอยเซ็นหรือเซ็นแต่ต้องเพิ่มค่าจ้างสูงมาก อย่างไรก็ตามถ้าคุณสามารถทำให้เค้าเซ็นได้ ค่าความคุ้นเคยก็จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามระยะเวลาที่เค้าทำหน้าที่นั้น

ค่าความคุ้นเคยในตำแหน่งต่างๆ อยู่ในสี่เหลี่ยมสีเหลืองในหน้าจอ Profile ครับ

ถ้าคุณจะจ้างโค้ช ขอให้คุณสังเกตุระดับคุณวุฒิใบอนุญาตของเค้าด้วย (coaching qualifications) ซึ่งค่านี้มีการอธิบายในหน้า Staff Attribute อย่างละเอียดด้วย โดยคุณควรจะจ้างโค้ชที่มีค่าพลังสูงๆ แต่มีระดับคุณวุฒิใบอนุญาตต่ำๆ เพราะนั่นแสดงว่าถ้าเขาได้ไปเข้าคอร์สเรียนเพิ่มระดับใบอนุญาต ค่าพลังของเค้าก็จะเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งหากเค้ามีระดับใบอนุญาตต่ำๆ แต่ค่าพลังปัจจุบันไม่ธรรมดา แสดงว่าเค้ามีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นสุดยอดโค้ชได้ในอนาคต การที่จะให้เค้าไปเข้าคอร์สเรียนเพิ่มระดับใบอนุญาตได้สามารถทำได้สองวิธีคือ คุณต้องเป็นผู้ร้องขอต่อบอร์ดบริหารเพื่อส่งเค้าไปเรียนโดยทีมออกค่าใช้จ่ายให้ หรือ อีกอย่างหนึ่งคือเค้าตัดสินใจไปเอง ซึ่งอันนี้เราเข้าไปยุ่งไม่ได้

สำหรับการจ้างแมวมอง ขอให้คุณสังเกตุที่ scouting knowledge ของเค้า แมวมองที่ดีจะต้องมีค่า scouting knowledge ครอบคลุมหลายๆ ประเทศ (ซึ่งเรื่องนี้จะมีการอธิบายอย่างละเอียดในหัวข้อ Scouting Knowledge) ซึ่งค่า scouting knowledge ของแมวมองทุกคนก็จะส่งผลต่อค่า scouting network ของทีม ตัว scouting network นี้ ทีมไหนมีมาก ยิ่งเห็นนักเตะได้มาก

ค่า scouting knowledge อยู่ในสี่เหลี่ยมสีแดงด้านขวา

ปริมาณสต๊าฟที่บอร์ดอนุญาตให้จ้าง (Borad Staff Limits)

ในหน้าจอ Boradroom Overview หน้าต่าง Staff จะแสดงจำนวนสต๊าฟแต่ละตำแหน่งที่ทำงานอยู่ในทีมของเรา และข้างๆ จะเป็นจำนวนสต๊าฟในแต่ละตำแหน่งที่บอร์ดบริหารอนุญาตให้จ้างได้ ซึ่งจำนวนสต๊าฟที่บอร์ดบริหารอนุญาตให้จ้างจะเพิ่มขึ้นเมื่อทีมของคุณมีชื่อเสียงมากขึ้นและสโมสรมีฐานะทางการเงินดีขึ้น

ตัวอย่างตำแหน่งงานที่บอร์ดอนุญาตให้จ้างตามรูปด้านล่าง

หน้านี้จะแสดงให้เห็นว่าบอร์ดบริหารให้ผมจ้าง Director of Football ได้ 1 คน แต่ผมไม่จ้าง

ด้วยความที่คุณสามารถจ้างสต๊าฟโค้ชแต่ละตำแหน่งได้จำกัด เพราะฉะนั้นแต่ละคนที่คุณจ้าง คุณจะต้องเลือกให้ดีเท่าที่เป็นไปได้ ด้วยจำนวนเงินที่มีอยู่

แต่ถ้าบอร์ดบริหารอนุญาตให้จ้างสต๊าฟในแต่ละทำแหน่งเยอะๆ แต่ฐานะทางการเงินของสโมสรไม่ค่อยดี ถ้าคุณจ้างสต๊าฟมาเต็มจำนวนที่บอร์ดอนุญาตอาจจะทำให้สโมสรของคุณมีฐานะทางการเงินแย่ลงจนสุดท้ายรายรับของสโมสรจะไมเพียงพอต่อรายจ่ายในแต่ละเดือน

การจ้างโค้ชหลายๆ คนให้ฝึกนักเตะในประเภทการฝึกซ้อมเดียวกันจะทำให้ลด workload ของโค้ชคนนั้น ทำให้การฝึกซ้อมมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะอธิบายอย่างละเอียดใน Assigning Coaches

การจ้างแมวมองจะทำให้ scouting network ของคุณครอบคลุมมากขึ้น โดยเฉพการจ้างแมวมองที่มี scouting knowledge หลายๆ ประเทศ และยังสามารถเสาะหานักเตะในลีกการแข่งขันของต่างประเทศได้ด้วย และยิ่งถ้าคุณมีแมวมองจำนวนมาก เวลาคุณส่งเค้าไปเสาะหานักเตะในประเทศที่เค้าไม่คุ้นเคย เค้าก็จะยิ่งเรียนรู้และหานักเตะได้มากขึ้นเท่านั้น

ถ้าคุณมีการจ้างสต๊าฟในตำแหน่งใด ตำแหน่งหนึ่งจำนวนเท่ากับหรือมากกว่าที่บอร์ดบริหารกำหนด คุณก็จะไม่สามารถจ้างสต๊าฟในตำแหน่งนั้นเพิ่มขึ้นได้อีก ยกเว้นเสียแต่ว่าคุณจะเลิกจ้างสต๊าฟคนเก่า หรือร้องขอต่อบอร์ดบริหารให้เพิ่มตำแหน่งการจ้างงานสต๊าฟในตำแหน่งนั้นให้

การค้นหาสต๊าฟโค้ช (Finding Staff)

คุณสามารถค้นหาสต๊าฟโค้ชในเกมได้โดยการไปที่หน้าจอ Staff และไปที่ Staff Search ตรงปุ่ม Edit Search จะช่วยให้คุณตั้งเงื่อนไขบางอย่างในการค้นหาเพื่อให้การค้นหาสต๊าฟของคุณตรงความต้องการของคุณมากขึ้น เช่น การกำหนดที่จะค้นหาเฉพาะตำแหน่งแมวมอง ที่มีค่าชื่อเสียงไม่เกิน 1 ดาว เพื่อจะได้แมวมองที่เรียกเงินเดือนไม่สูงนัก หรือ เลือกเฉพาะแมวมองที่ว่างงานอยู่ ซึ่งหากต้องการจ้างคุณก็ไม่จ่ายค่ายกเลิกสัญญา หรือค้นหาโค้ชที่ยังไม่เคยสอบรับใบอนุญาตเลย แต่มีพลังไม่ได้ต่ำมาก เพื่อที่จะนำโค้ชค้นนี้มาพัฒนาในอนาคตและอยู่กับทีมในระยะยาว

ตรงปุ่ม Pick ในช่อง Attribute จะให้คุณเลือกกำหนดว่าสต๊าฟที่คุณต้องการค้นหาต้องมีค่าพลังอะไร มีค่าเท่าไร ซึ่งค่าความสำคัญของแต่ละตัวจะมีอธิบายในหน้า Staff Role ด้วย

ตรงปุ่ม Include ด้านล่างจะมีการติ๊กเลือก Realistic Appointment อยู่ ซึ่งการติ๊กเลือกตรงนี้จะการกรองสต๊าฟที่มีแนวโน้มที่จะไม่เซ็นสัญญากับทีมเราออกไปจากการค้นหา ซึ่งกรองโดยผู้ช่วยผู้จัดการทีม (Assistant Manager) ของเรานี่เอง ทำให้ผลการค้นหาที่ปรากฏมีเฉพาะสต๊าฟที่สนใจจะร่วมงานกับคุณเท่านั้น

ในกรณีที่คุณไม่ได้ต้องการจ้างสต๊าฟแบบเร่งด่วน คุณสามารถลงประกาศรับสมัครงานได้ในหน้าจอ Staff แท็บ Overview ซึ่งคุณสามารถระบุได้ว่าคุณต้องการตำแหน่งงานอะไร จากนั้นคุณก็จะได้รายชื่อสต๊าฟที่มาสมัครงานในอีกประมาณ 7 วัน

การเคลียร์ตำแหน่งงานเพื่อจ้างสต๊าฟใหม่ (Freeing Up Space)

ถ้าคุณสต๊าฟที่ชอบแต่ตำแหน่งงานที่บอร์ดบริหารอนุญาตนั้นเต็มแล้ว คุณต้องเคลียร์ตำแหน่งนี้ให้ว่างก่อนคุณถึงจะจ้างสต๊าฟคนใหม่ได้

วิธีแรกที่จะทำให้คุณเคลียร์ตำแหน่งดังกล่าวให้ว่างลงได้ก็คือการยุติสัญญากับสต๊าฟคนปัจจุบัน (mutually termination) ซึ่งสามารถเลือกได้ตามเมนูดังรูป

ซึ่งการยกเลิกสัญญาก่อนกำหนดนี้สโมสรสรต้องจ่ายค่าชดเชยให้สต๊าฟคนนี้ด้วย แต่ว่าค่ายกเลิกสัญญานี้จะไม่สูงมากเพราะเป็นการตกลงร่วมกันทั้งสองฝ่าย (mutually) ซึ่งโดยปกติสต๊าฟแทบทุกคนก็ยอมตกลงด้วยหมดแหละโดยเฉพาะสต๊าฟคนนั้นอยู่ก่อนคุณจะมาคุมทีม แต่ถ้าสต๊าฟคนปัจจุบันไม่ยอมร่วมมือด้วยคุณก็จำเป็นจะต้องเลือก terminate contract ซึ่งต้องจ่ายค่ายกเลิกสัญญาเต็มจำนวน

ในการจ้างผู้ช่วยผู้จัดการทีม (assistant manager) คนใหม่ คุณไม่จำเป็นต้องยกเลิกสัญญาคนเก่าก่อนนะครับ สัญญาจะถูกยกเลิกอัตโนมัติเมื่อคนใหม่ตกลงทำสัญญากับทีมเรา ซึ่งกรณีนี้จะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่เราขาดผู้ช่วยผู้จัดการทีมไปได้ระหว่างที่เราได้ยกเลิกสัญญาคนเก่าและทำสัญญากับคนใหม่ แต่ว่าการยกเลิกสัญญาแบบอัตโนมัตินี้เป็นแบบ terminate contract นะครับ ไม่ใช่ mutual termination

การทำสัญญาจ้างทีมงานและสต๊าฟโค้ช (Offering a Staff Contract)

คุณสามารถยื่นสัญญาให้กับสต๊าฟคนใดในเกมก็ได้ด้วยการเลือกคำว่า Approach to Sign ในหน้าจอสต๊าฟคนดังกล่าว ซึ่งมันจะนำคุณไปสู่หน้าจอ Contract Offer ซึ่งเป็นหน้าจอของการเจรจาต่อรองสัญญา

ปุ่ม Suggest Terms อยู่บริเวรณด้านขวาล่าง

ขอแนะนำว่าเมื่อคุณเริ่มเจรจาต่อรองให้คุณลดเงินเดือนที่จะต้องจ่ายลงมาจากค่าเริ่มต้นให้มากๆ (ให้เหลือซักประมาณ 60% ของค่าแรก) และจากนั้นให้เลือกคำว่า suggest term สต๊าฟคนนั้นก็จะต่อรองกลับมาอีก เราก็ต้องเงินเดือนที่เค้าเจรจากลับ (ซึ่งปกติจะต่ำกว่าค่าแรก) ลงไปอีกแต่สูงกว่าค่าที่ลดลงมาครั้งแรกอีกนิดหน่อย เจรจากันไปแบบนี้สุดท้ายคุณก็จะจ่ายเงินเดือนในปริมาณที่ไม่สูงไปนัก

เงื่อนไขในสัญญา

นอกจาก ตำแหน่ง ระยะเวลาการจ้าง และเงินเดือน ซึ่งเป็นเงื่อนไขทั่วๆ ไปแล้ว ยังมีเงื่อนไขอื่นๆ ที่เราต้องพิจารณาอีก ดังนี้

  • Yearly Wage Rise – ค่านี้จะเป็นการกำหนดว่าในแต่ละปีเงินเดือนของสต๊าฟคนนี้จะเพิ่มขึ้นในอัตราเท่าไร (คิดเป็น %) ซึ่งถ้าเป็นไปได้ควรเอาเงื่อนไขนี้ออกจากสัญญา หรือพยายามเจรจาให้มันออกมาต่ำที่สุด แต่ว่าการมีเงื่อนไขนี้ก็จะทำให้สต๊าฟอยากทำงานกับทีมเรามากขึ้นด้วย
  • Promotion Wage Rise – เหมือนข้อแรก แต่เงื่อนไขของการเพิ่มเงินเดือนคือการเลื่อนชั้นของทีมไปลีกที่สูงขึ้นแต่ละครั้ง ซึ่งเงื่อนไขข้อนี้ถ้ามีจะทำให้สต๊าฟต้องการเงินเดือนตั้งต้นที่น้อยลง โดยเฉพาะถ้าทีมเรามีแนวโน้มว่าจะเลื่อนชั้นแน่ๆ แต่ถ้าเทียบกับข้อแรกแล้วสต๊าฟจะชอบข้อแรกมากกว่าเพราะมันการันตีเลยว่าได้แน่ๆ ในแต่ละปีที่ผ่านไป
  • Relegation Wage Drop – ลดเงินของสต๊าฟเมื่อทีมตกชั้น ซึ่งเงื่อนไขนี้จะช่วยทีมลดรายจ่ายเมื่อทีมตกชั้นลงมาจากลีกปัจจุบัน ทำให้ไม่ต้องยุติสัญญาสต๊าฟเพื่อลดค่าใช้จ่าย แต่ถ้ามีเงื่อนไขนี้ในสัญญาสต๊าฟจะไม่ค่อยชอบและจะเรียกเงินเดือนเริ่มแรกสูงขึ้น
  • Top Division Promotion Wage Rise/Relegation Wage Drop – คล้ายๆ กับสองข้อด้านบนแต่เงื่อนไขนี้มีผลเฉพาะทีมกำลังจะขึ้นหรือตกจากลีกสูงสุดเท่านั้น
  • Waive Compensation for Managerial Role – หมายความว่า หากสต๊าฟคนนั้นย้ายไปเป็นผู้จัดการทีมอื่น ทีมของคุณก็จะไม่ได้รับค่าชดเชยการยกเลิกสัญญาก่อนกำหนด ซึ่งการมีเงื่อนไขนี้จะทำให้สต๊าฟคนนั้นอยากเซ็นสัญญากับทีมคุณมากขึ้น ต้องการเงือนเดือนน้อยลง แต่ถ้าไม่มีเงื่อนไขนี้ก็จะให้ผลตรงกันข้าม

ตอนคุณเจรจาในแต่ละเงือนไขมันจะมีรูปแม่กุญแจอยู่ข้างๆ หากคุณกดล็อคแม่กุญแจจะทำให้ค่าที่คุณกำหนดฝั่งโน้นไม่สามารถต่อรองอะไรได้ ซึ่งเป็นประโยชน์มาก เช่น หากคุณต้องการจ้างทีมงานอยากจะกำหนดไม่ให้เงินเดือนเกินค่าใดค่าหนึ่ง แต่ก็อาจจะส่งผลเสียด้วยเช่นกัน เพราะอาจจะทำให้สต๊าฟคนดังกล่าวปฏิเสธที่จะเจรจาสัญญากับคุณเลยทีเดียว คุณสามารถล็อคเงื่อนไขเป็นข้อๆ โดยคลิกแม่กุญแจ หรือจะล็อคทุกข้อโดยคลิกแม่กุญแมด้านล่างหน้าเจรจาสัญญาก็ได้

Information Panel

หน้าจอ Information Panel ด้านขวาบนก็มีข้อมูลบางอย่างที่คุณควรทราบเช่นกัน ดังนี้

  • Job Interest – ค่านี้บ่งบอกว่าสต๊าฟคนนี้อยากทำงานตำแหน่งนี้กับทีมคุณมากเพียงใด ซึ่งขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยได้แก่ ค่าความคุ้นเคยกับตำแหน่งของสต๊าฟคนนี้ ระดับความสำคัญของตำแหน่งนี้ ชื่อเสียงของคุณ ชื่อเสียงของทีมคุณและบุคลิกของสต๊าฟเอง ยิ่งเค้าสนใจมากการเจรจาก็จะยิ่งง่าย
  • Maximum Wage – เป็นเงินเดือนสูงสุดที่บอร์ดบริหารอนุญาตให้จ่ายได้สำหรับตำแหน่งงานดังกล่าว ซึ่งหากสต๊าฟที่คุณต้องการจะเซ็นต้องการเงินเดือนสูงกว่าที่บอร์ดกำหนด คุณอาจจะต้องเพิ่มเงื่อนไขที่เขาชอบ หรือ ลดระยะเวลาของสัญญาลง หรือทางเลือกที่สองคือปรับ wage budget ใหม่ที่หน้าจอ Board ซึ่งคุณต้องลด transfer budget ลงเพื่อที่จะให้ได้ wage budget ที่มากขึ้น เมื่อ wage budget มากขึ้น ค่า Maximum Wage ก็จะสูงขึ้นด้วย และทางสุดท้ายคือร้องขอต่อบอร์ดบริหารให้เพิ่มเงินเดือนในตำแหน่งดังกล่าว ซึ่งทำได้ในได้หน้าจอ Board และเลือก Make Borad Request ในหัวข้อที่ต้องการ
  • Maximum Competition Bonus – จำนวนเงินโบนัสสูงสุดที่เป็นไปได้ที่สต๊าฟคนนั้นมีส่วนได้หากทีมชนะทุกรายการการแข่งขันในฤดูกาลนั้น

การยื่นสัญญาทีมงานสต๊าฟโค้ชให้กับนักเตะ

คุณสามารถทำสัญญาสต๊าฟโค้ชกับนักเตะได้ด้วยเช่นกัน โดยปกตินักเตะคนไหนที่อายุมากและใกล้จะเลิกเล่นแล้วมักจะมีค่าพลังของสต๊าฟโผล่มา ซึ่งเราสามารถยื่นสัญญาสต๊าฟให้นักเตะคนนั้นได้ ซึ่งหากนักเตะคนนั้นเป็นที่ชื่นชอบในทีมก็ย่อมเข้ากับทีมได้เร็วและค่าพลังสต๊าฟของนักเตะก็จะเพิ่มขึ้นด้วย

นักเตะที่จะเซ็นสัญญาแบบสต๊าฟได้ ค่าพลังสต๊าฟโค้ชของเค้าต้องขึ้นมาให้เห็นก่อน ซึ่งจะอธิบายไว้ในหน้า Staff Introduction

บทความนี้แปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ GuidetoFM.com
และมีการเพิ่มเติมข้อมูลลงไปให้ทันสมัยยิ่งขึ้นโดย GuideFMThai.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!