รายละเอียดการซื้อขายนักเตะมีอะไรบ้าง

ในการซื้อขายนักเตะนั้นนอกจากเรื่องการเจรจาเรื่องค่าตัวของนักเตะแล้ว ยังมีรายละเอียดอื่นๆ ในสัญญาที่จะเพิ่มเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ หรือเงื่อนไขที่จะทำให้การเจรจาจบลงได้ง่ายขึ้นด้วย ในบทความนี้เราจะมาอธิบายรายละเอียดเงื่อนไขต่างๆ ในการซื้อขายนักเตะกันครับ

เงื่อนไขหลัก

Public หรือ Private – เป็นการเลือกว่าสัญญาซื้อขายที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ต้องการบอกให้นักข่าวรู้หรือไม่ ถ้าเลือก Public คือบอกให้นักข่าวรู้ แต่ถ้าเลือก Private คือปิดข่าวไม่ให้นักข่าวรู้ ซึ่งบางทีข่าวก็มีโอกาสที่จะรั่วไหลได้ ซึ่งสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ได้ที่หัวข้อเลือก Public หรือ Private ดีในการเจรจาซื้อขายนักเตะ ครับ

Fee – เงินค่าตัวนักเตะ เป็น เงินก้อนแรกที่ทีมที่ซื้อจะจ่ายให้ทีมที่ขายเมื่อการเจรจาสำเร็จครับ

Transfer Date – วันที่นักเตะต้องย้ายทีม ส่วนใหญ่จะเลือกได้ 2 อย่างคือ ทันที (Immediate) หรือ เมื่อจบฤดูกาล (End of Season)

ค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม (Additional Fee)

Instalments – จ่ายเงินเพิ่มเติมรายงวด หรือ ผ่อนจ่ายนั่นเอง โดยมีตัวเลือกข้อนี้ 2 แบบใหญ่ๆ คือ จ่ายทุก 6 เดือน (Instalments 6 monthly) และ จ่ายทุก 12 เดือน (Instalments 12 monthly) โดยปกติถ้าทีมที่เป็นฝ่ายซื้อไม่อยากจ่ายเงินก้อนใหญ่ทีเดียวก็มักจะเลือกผ่อนจ่ายในข้อนี้

After League Appearances – จ่ายเงินเพิ่มเมื่อนักเตะลงสนามในเกมลีกไปได้ตามจำนวนที่กำหนด โดยเลือกได้ตั้งแต่ 1 เกม ไปจนถึง 50 เกม ถ้านักเตะที่ซื้อไปมีโอกาสที่จะลงเป็นตัวจริงสม่ำเสมอมักทีมที่ขายมักจะเลือกข้อนี้ไปในสัญญาด้วยครับ

Per League Appearance – จ่ายเงินเพิ่มเมื่อนักเตะลงสนามไปทุกๆ X เกมที่เรากำหนด โดยกำหนดได้ตั้งแต่ทุกๆ 10 เกม ไปจนถึงทุกๆ 50 เกม ปกติจะเห็นการใส่เงื่อนไขข้อนี้ลงไปในสัญญาเท่าไรนักเพราะทีมที่เป็นฝ่ายซื้อค่อนข้างเสียเปรียบมาก

After International Appearances – จ่ายเงินเพิ่มเมื่อนักเตะได้ลงสนามในนามทีมชาติ ข้อนี้ก็คือถ้านักเตะที่เราขายไปได้ลงสนามให้กับทีมชาติตัวเองตามจำนวนที่กำหนดในสัญญาเราก็จะได้เงินเพิ่ม ปกติแล้วมักจะใส่ในสัญญาที่นักเตะคนนั้นมีโอกาสติดทีมชาติสูงๆ

Minimum League Goals – จ่ายเงินเพิ่มเมื่อนักเตะทำประตูให้ทีมใหม่ได้ตามจำนวนที่กำหนดไว้ โดยปกติข้อนี้จะใส่เพิ่มเข้าไปในผู้เล่นที่อยู่ในตำแหน่งเกมรุก

Player To Exchange – แลกเปลี่ยนกับนักเตะคนอื่นของทีมคู่เจรจา โดยจะเป็นนักเตะที่ขึ้นบัญชีขาย นักเตะที่ขึ้นบัญชียืมตัว หรือนักเตะคนอื่นๆ ในทีมคู่เจรจาก็ได้ ซึ่งถ้ามีนักเตะที่อีกฝ่ายสนใจมาแลกเปลี่ยนก็อาจจะทำให้การเจรจาเรื่องค่าตัวง่ายขึ้น ค่าตัวอาจจะถูกลงอีกก็ได้

Bonus After Competition Achievement – จ่ายเงินเพิ่มเมื่อทีมที่ซื้อไปประสบความสำเร็จในรายการแข่งขันต่างๆ ตามที่กำหนดไว้ในสัญญา ซึ่งรายการแข่งขันที่เลือกได้มีทั้งรายการบอลลีกและบอลถ้วย

เงื่อนไขเพิ่มเติม (Aditional Clauses)

Loan Back Length – เมื่อการขายสำเร็จแล้วนักเตะจะยังอยู่กับทีมเดิมด้วยสัญญายืมตัวจากเจ้าของใหม่ทันที ทำให้ทีมเจ้าของเดิมยังสามารถใช้งานนักเตะได้อยู่และมีเวลาที่จะหานักเตะทดแทนได้ อย่างน้อย 6 เดือน

Percentage Of Profit From Next Sale – ถ้าทีมที่ซื้อนักเตะไปจากเราขายนักเตะคนนี้ให้ทีมอื่นอีก ถ้าขายได้กำไร บางส่วนของกำไรนั้นต้องแบ่งให้ทีมเราด้วย แต่ถ้าขายในราคาที่ไม่เท่ากับที่ซื้อกับเราก็ไม่ต้องแบ่งรายได้ให้เรา ยกตัวอย่าง หากทีม Everton ซื้อนักเตะไปจากเรา 10 ล้านบาท ผ่านไป 2 ปี ขายนักเตะคนนี้ให้ Manchester United ได้ในราคา 30 ล้านบาท ซึ่งได้กำไร 20 ล้านบาท บางส่วนของกำไร 20 ล้านบาทนี้ต้องนำมาให้เราตามสัญญา ซึ่งในสัญญาเรากำหนดได้ตั้งแต่ 5% ไปจนถึง 50%

Percentage Of Next Sale – ข้อนี้จะโหดกว่าข้อด้านบนหน่อยเพราะหากทีมที่ซื้อนักเตะจากเราไป ขายนักเตะไปอีกทอด ไม่ว่าราคาที่ขายไปจะมากหรือน้อยกว่าราคาที่ซื้อจากเราก็ต้องจ่ายเงินรายได้จากการขายนั้นแก่เราตามสัดส่วนที่ระบุในสัญญา ยกตัวอย่าง หากทีม Everton ซื้อนักเตะไปจากเรา 10 ล้านบาท ผ่านไป 2 ปี ขายนักเตะคนนี้ให้ Manchester United ได้ในราคา 30 ล้านบาท หากในสัญญาที่เราขายนักเตะให้ Everton มีเงื่อนไขข้อนี้อยู่ Everton ต้องแบ่งเงิน 30 ล้านบาทให้เราตามสัดส่วนที่ระบุในสัญญา ซึ่งกำหนดได้ตั้งแต่ 5% ไปจนถึง 50%

Buy Back Price – ข้อนี้แปลว่าเมื่อเราขายนักเตะไปให้ทีมคู่เจรจา ในอนาคตเราสามารถซื้อกลับได้ด้วยราคาที่กำหนดกันไว้ในสัญญาตามเงื่อนไขนี้ โดยปกติเรามักจะเห็นเงื่อนไขนี้ในการเจรจาซื้อขายนักเตะที่อายุน้อยๆ ที่มีแววดาวรุ่งในอนาคต เพราะจะได้ซื้อดาวรุ่งกลับทีมได้โดยไม่เสียเงินมากนัก ซึ่งเงื่อนไขนี้สามารถกำหนดวันเริ่มต้นและวันหมดอายุของเงื่อนไขได้ด้วย

Selling Team Wage Contribution – ข้อนี้หมายความว่าทีมที่ขายนักเตะยินยอมที่จะช่วยออกค่าเหนื่อยของนักเตะให้กับทีมที่ซื้อนักเตะตามสัดส่วนที่กำหนดในสัญญา โดยปกติเงื่อนไขนี้เรามักจะเจอเมื่อเราเสนอขายนักเตะที่เราไม่ต้องการออกจากทีม ซึ่งสร้างภาระให้กับทีมที่เป็นฝ่ายขายเป็นอย่างมาก

Arragne Friendly – ข้อนี้หมายความว่าหากการเจรจาสำเร็จ ทีมที่เป็นฝ่ายมาขอซื้อจะต้องตกลงที่จะรับเชิญแข่งขันนัดกระชับมิตรกับทีมที่เป็นฝ่ายขายภายในระยะเวลา 1 ปี นับตั้งแต่การซื้อขายสำเร็จ

Sell Player First – ข้อนี้หมายความว่าสัญญาจะสมบูรณ์นักเตะจะย้ายทีมได้ก็ต่อเมื่อทีมเราขายนักเตะคนใน คนหนึ่งที่ระบุในสัญญาได้ก่อน ข้อนี้จะเกิดขึ้นเมื่อเราเป็นฝ่ายเจรจาไปซื้อนักเตะจากทีมอื่น

Sign Replacement Player First – ข้อนี้หมายความว่าสัญญาจะสมบูรณ์นักเตะจะย้ายทีมได้ก็ต่อเมื่อทีมเราหานักเตะมาทดแทนในตำแหน่งที่ระบุในสัญญาได้ก่อน ข้อนี้จะเกิดขึ้นเมื่อทีมอื่นยื่นข้อเสนอมาซื้อนักเตะทีมเรา

จบแล้วครับ ขอให้ทุกท่านทราบว่าการเพิ่มหรือลดเงื่อนไขในสัญญาจะช่วยให้การเจรจาง่ายขึ้น มีส่วนทำให้ค่าตัวนักเตะน้อยลง หากเราเป็นฝ่ายซื้อขอให้เราเพิ่มเงื่อนไขที่ช่วยให้เราเสียเงินสดน้อยที่สุด แต่ถ้าเราเป็นฝ่ายขายก็ขอให้เราเจรจาให้เราได้เงินสดสูงสุดและมีโอกาสได้เงินเพิ่มเติมเมื่อนักเตะพัฒนาก้าวหน้าในทีมที่เค้าย้ายไปด้วย

ดูการอธิบายในแบบ VDO บน Youtube ได้ด้านล่างครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!